Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Joe524

Pages: [1] 2 3 ... 6
1


หลักสูตรออนไลน์ Quick MBA For SMEs โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนหาทางแก้วิกฤติพิชิต COVID-19 ถอดบทเรียนการฝ่าความยากลำบากของผู้ประกอบการ โดย จรัญพจน์ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) ที่เข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพองค์กรเพียง 1 เดือน ต้องเจอกับการรับน้องเผชิญโรคระบาดรุนแรงรอบร้อยปีทันที การแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นวงกว้าง ทำให้รัฐต้อง “ล็อกดาวน์” ระยะหนึ่ง กระทบการขายสินค้าของบริษัทอย่างมาก เพราะธุรกิจหลักทั้งอาหาร ร้านอาหาร 10 สาขา ล้วนพึ่งพาหน้าร้านผ่านห้างค้าปลีก

บททดสอบผู้นำ ยังถาโถมเข้ามา เมื่อเกิดโรครบาดในหมู 2 โรคเข้ามาพร้อมกันทำให้บริษัทต้องงัดมาตการดูแลพนักงานอย่างเข้มข้น ให้กินอยู่ที่โรงงาน ฟาร์มทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อโรค

 นอกจากนี้ มาตรการรัฐทั้งโครงการคนละครึ่ง เราชนะ ที่ผันเงินเข้าระบบเศรษฐกิจผ่านร้านธงฟ้า ร้านค้าทั่วไป แม้ภาพรวมเห็นด้วยและเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กระทบยอดขายร้านอาหาร และยอดขายในห้าง ทำให้ธุรกิจหลักของบริษัทต้องประสบปัญหา “ขาดทุน” เป็นบางเดือน กระเทือน “วิกฤติศรัทธา” ของคนในองค์กรต่อตนเอง

ล่าสุด โรงงานสารเคมีระเบิด ที่ห่างโรงงานของบริษัทเพียง 1.8 กิโลเมตร(กม.) ล้วนส่งผลกระทบต่อการทำงานทั้งสิ้น กลายเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์การนำทัพองค์กร จะฝ่าภารกิจสุดหินให้ผ่านไปได้โดยเร็ว

“นอกจากโรคระบาดที่เกิดรุนแรงสุดรอบร้อยปี ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน โรงงานสารเคมีระเบิด เป็นสิ่งที่กดดันมาก รวมถึงสิ่งที่คนของ ส.ขอนแก่นไม่คุ้นหูคือคำว่า ขาดทุน เพราะเราอยู่ในธุรกิจที่ทำกำไรมาตลอด ธุรกิจหลักๆไม่เคยขาดทุน แต่พอเจอวิกฤติเราประสบปัญหาขาดทุน 1-2 เดือน จึงไม่ใช่แค่เจอวิกฤติธุรกิจแต่ส่วนตัวเจอวิกฤติศรัทธา ทุกคนห่วงจะรอดไหม เพราะสถานการณ์หนักมาก”

ทั้งนี้ ส.ขอนแก่น มีฟาร์ม 1 แห่ง โรงงาน 4 แห่ง ร้านอาหาร 10 สาขา และอสังหาริมทรัพย์ รวมมีพนักงานร่วม 2,000 ชีวิต ในการฝ่าวิกฤติ “ทีมงาน” เป็นหัวใจสำคัญมาก โดยทุกฝ่ายทำแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง (BCP) 6 แผน รองรับการทำงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ทีมการตลาดระดมสมองจัดแคมเปญที่จะพลิกกำไรให้บริษัท ฝ่ายผลิตหากไม่สามารถบรรจุสินค้าได้ ทีมงานต่างๆพร้อมไปเป็นกำลังเสริมช่วยเต็มที่ ทีมงานร้านอาหารหาซัพพลายเออร์จากทั่วโลก รองรับความเสี่ยงกรณีซัพพลายเออร์ในประเทศส่งวัตถุดิบให้ไม่ได้ เป็นต้น

การมีทีมงานแกร่ง พร้อมร่วมหัวจมท้าย และลุยแก้ไขปัญหา ทำให้สถานการณ์ยอดขายฟื้นตัวกลับมาในทิศทางที่ดีในระยะสั้น ส่วนระยะยาว จรัญพจน์ ตีโจทย์ธุรกิจอาหารกำลังอยู่ในสถานการณ์โกลาหล เพราะคู่แข่งทางตรงมีมาก ส่วนคู่แข่งหน้าใหม่ตบเท้าเข้ามาแบ่งเค้กมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เดาทางอนาคตลำยาก แต่ธุรกิจต้องอยู่รอด การปรับตัวเพื่อให้ยืนหยัดในวงการได้ บริษัทให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของสินทรัพย์น้อยลง(Asset Light)มุ่งจับมือพันธมิตรเพื่อให้เกิดซีนเนอร์ยี โมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อบุกตลาด และตัดตัวกลางในธุรกิจมากขึ้น

“อนาคตธุรกิจอาหารเดาทางยากจะแข่งกับใคร เพราะมีสตาร์ทอัพหน้าใหม่ พร้อมตัดตัวกลาง มีแอ๊พพลิเคชั่นต่างๆ คลาวด์คิทเช่น เกิดขึ้น สถานีบริการน้ำมันอยากทำอาหาร กลายเป็นสมรภูมิที่ผู้ประกอบการทุกคนมาบรรจบกันทำตลาดจริง”

อีกตัวแปรที่กระทบผู้ประกอบการ คือ “กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง” แต่ความต้องการสินค้าดีมีคุณภาพมาเป็นอันดับแรก ทำให้บริษัทต้องหันกลับมามองสมรรถนะของตัวเอง ปรับกระบวนการภายใน หาทางผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแต่ “ราคาต่ำลง” ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้ได้

นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสขาย บริษัทจะบุกช่องทางจำหน่ายร้านธงฟ้า ที่มีราว 1-4 แสนราย เพื่อกระจายสินค้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การจับมือพันธมิตรปั๊มน้ำมัน เพื่อขายสินค้า ส่วนการช่องทางออนไลน์จะเน้นขยายพาร์ทเนอร์ ด้านร้านอาหารจะทำคลาวด์คิทเช่น ลดต้นทุน

 “เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ทุกคนกำลังหนีตาย ยอมลดกำไรตัวเอง เพื่อให้แข่งขันได้ แต่หากต้องการอยู่รอด ต้องกลับมาดูสมรรถนะตัวเอง ทำของดีราคาถูกลง หาจุดแข็งสร้างความโดดเด่น ทำสินค้าให้ผู้บริโภคว้าว!ให้ได้”

2

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 64 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ โพสต์คลิปวิดีโอของ ป๋าเทพ หรือ เทพ โพธิ์งาม บางช่วงกล่าวถึง กระแสการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมถึงการออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื้อหาในบางช่วง ป๋าเทพ กล่าวว่า

“ผู้ใหญ่บางคนที่แก่ๆ กันแล้ว ก็ควรแนะนำเด็กๆ ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง เด็กๆ บางคนสร้างประโยชน์ สร้างความดี สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ แต่บางคนกลับทำลายประเทศ หยุดกันสักทีเถอะ ตอนนี้รักษาเอาไว้ สักวันก็ต้องตาย อย่ามาคุยเก่ง ใครคิดทำให้ชาติไขว้เขวไปไม่รอด ทำให้คนส่วนใหญ่ลำบาก แล้วมาสร้างปัญหา ต้องเห็นใจคนทำงาน ผู้นำต้องแข็งแกร่ง มองไปข้างหน้า เค้าว่าอะไรก็อย่าไปสวน”

“พวก-ึงทำอะไรกันมีความคิดบ้าง พูดเก่ง พูดกันเก๊งเก่ง แต่ทำอะไรให้ประเทศบ้าง ไม่เคยเห็นประเทศไทยมีแบบนี้เกิดขึ้น เกิดมา 71 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นใครมาด่าทอ”

“คนรุ่นใหม่ หน้าตาหล่อๆ ดีๆ ความคิดยิ่งกว่าคนรุ่นเก่า มาพูดมาด่าคนทำงานอยู่นั่นแหละ มาช่วยกันสิ มาช่วยหมอสิ มาช่วยคนทำงานดีกว่า จะเบื่อใครก็แล้วแต่ จะเกลียดหรือชอบก็อยู่ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามกรรม ตอนนี้อึดอัดมากแล้ว มาช่วยกันออกความคิดกันดีกว่า ไม่ใช่มาด่าทอกัน -ูว่า-ูโง่แล้ว แต่เห็นคนโง่กว่า-ูอีก ไม่น่าเชื่อ”


“มาเถียงกันต้องเอาความจริง พวกผู้ใหญ่ ที่เป็นดอกเตอร์กันเนี่ย แก่มาแล้วหัวล้านแล้ว หัวหงอกแล้ว เป็นอาจารย์คนแล้วมาสอนให้คนแตกแยกกันเนี่ย อยุธยาแตกก็เพราะพวก-ึงนี่แหละ เป็นก๊กเป็นเหล่า มันต้องร่วมใจกันสิ”

“การที่-ึงพูดออกไป พวก-ึงรู้รึเปล่าว่ามันแรงสะเทือนไปถึงขนาดไหน มันทำบ้านเมืองวุ่นวายทำไมช่วงนี้ คิดบ้างว่าวิกฤติขนาดนี้-ึงต้องรวมใจกันแล้วไอ้ค-ย รวมใจกันสิไอ้-ัส มาเกลียดชังกันอะไร เค้ารักษากันมาขนาดนี้แล้ว -ูว่าระบบเมืองไทยเนี่ยดีที่สุดในโลกแล้วไอ้ค-ย -ึงจำไว้”

“เห็นไหมว่าตั้งแต่ยุคไหนมา เคยมีเรื่องปัญหาอะไรมากมายเหมือนประเทศอื่นเค้าไหม คิดซะบ้างอย่าคิดแต่ชีวิตพวก -ึงมองชีวิตข้างๆ บ้าง ต้องขออภัยที่ต้องพูดไอ้-ัส ไอ้เ-ี้ยบ้าง แต่เพราะมันอัดอั้น แต่ปล่อยไปก็จะเลอะเทอะกันใหญ่”

“พูดให้มีสาระจะไม่ว่า แต่บอกแต่จะให้ออกไป ออกไป พูดเหมือนคนปัญญาอ่อน พูดแล้วไม่คิดบ้างว่าจะเป็นยังไงต่อ จะเอาคนที่ไม่ดีเข้ามาอีกหรือ เด็กรุ่นหลังคิดแบบนี้แล้วประเทศจะอยู่ได้อย่างไร จะฝากความหวังไว้ได้อย่างไร ต้องมีเหตุผล”

“ผู้นำไม่ต้องไปสนใจ เราทำงานให้ประเทศเดินไปได้ ไอ้คนนั้นอ่ะ ดีที่สุดที่ตั้งแต่เห็นมา ผู้นำประเทศคนนี้พอได้นะ เรื่องการปกครองคน ต้องให้เป็น ไม่ใช่เอาใครก็ได้มาปกครอง ในสภาดูที่พูดกันซิ พูดอะไรกัน เป็น ส.ส.มาได้อย่างไร จะมาดูแลบ้านเมือง พี่น้องคนไทย แบบนี้ได้หรือ คนไหนไม่ดีคนไหนดี -ูดูออก ถึงจบ ป.4 แต่ก็วิเคราะห์ได้เพราะ-ูติดตามไง”

“จะเชียร์ใครจะทำอะไรดูเหตุผลด้วย ไม่ใช่เอาแต่มันอย่างเดียว บ้านเมืองนะ ไม่ใช่บ้านของ-ึง เป็นบ้านคนอื่นด้วย บ้านของคน 70 ล้านคน จะมาแสดงความเห็นคนเดียวหรือ ต้องเห็นความเป็นส่วนมากเข้าไว้ นี่คือมนุษย์ไม่ใช่จิงโจ้”

หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น

3



เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ AIoT ใหม่เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคในทุกด้าน ประกอบด้วย Mi Router AX9000 เราเตอร์ระดับ ไฮเอนด์ Mi 2K Gaming Monitor 27 นิ้ว จอมอนิเตอร์สุดเทพสำหรับสายเกมเมอร์ Mi Electric Scooter 3 สกู๊ตเตอร์พลังงานไฟฟ้า Redmi Buds 3 Pro หูฟังไร้สาย และ Mi Smart Air Fryer หม้อทอดไร้น้ำมันอัจฉริยะ ขนาด 3.5 ลิตร

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานใช้ชีวิตนอกบ้านได้สนุกยิ่งขึ้น หรือทำให้การใช้ชีวิตในบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน อยู่ที่โต๊ะทำงาน หรือแม้กระทั่งทำอาหารอยู่ในครัว เสียวหมี่พร้อมที่จะทำให้ทุกคนใช้ชีวิตได้สะดวก มีประสิทธิภาพ และสุขภาพดียิ่งขึ้นจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการใช้ชีวิตที่สมาร์ทยิ่งขึ้น

เติมพลังชีวิตสุดสมาร์ทด้วยการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่ง

Mi Router AX9000 เราเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อบ้านในอนาคต ที่จะกลายเป็นดิจิทัลฮับสำหรับทุกความบันเทิง เป็นเราเตอร์รุ่นแรกของเสียวหมี่ที่รองรับ Tri-Band WI-FI 61 มาพร้อมกับขุมพลังชิพเซ็ตของ Qualcomm Hexa-core processor เราเตอร์ระดับแฟลกชิพตัวนี้รองรับคลื่นความถี่ 4GHZ 1 ช่องและ 5GHZ ได้พร้อมกันถึง 2 ช่อง ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างไม่มีสะดุด แม้จะเชื่อมต่อกับหลายอุปกรณ์ในช่วงเวลาเดียวกัน


Mi Router AX9000 ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 8,354 Mbps2 ทั้งรองรับ high-bandwidth ไม่ว่าจะเล่นเกม ดาวน์โหลดไฟล์ หรือสตรีมหนังระดับ 4K ก็สามารถทำได้ต่อเนื่องพร้อมๆ กันแบบไม่มีสะดุด Mi Router AX9000 มาพร้อมกับเสาสัญญาณ AIoT ที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อและจัดการเน็ตเวิร์คของอุปกรณ์ต่างๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

Mi 2K Gaming Monitor ขนาด 27 นิ้ว  จอมอนิเตอร์สุดเทพรุ่นใหม่ของเสียวหมี่ ให้ความละเอียดคมชัดระดับ 2560 x 1440 QHD และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 165Hz จนเหล่าเกมเมอร์ไม่สามารถละสายตาได้ หรือสามารถเล่นได้ต่อเนื่องไม่หยุดจนอัพเลเวลกันเลยทีเดียว มีเทคโนโลยีที่หนุนให้กราฟฟิกของเกมตลอดจนเนื้อหาต่างๆ บนหน้าจอมีความโดดเด่น

ทำอาหารแบบสมาร์ทและสุขภาพดีกว่าเดิม

หม้อทอดไร้น้ำมันอัจฉริยะ Mi Smart Air Fryer ขนาด 3.5 ลิตร เพราะไลฟ์สไตล์แบบสมาร์ทสามารถเริ่มต้นได้จากในห้องครัว หม้อทอดไร้น้ำมันอัจฉริยะรุ่นนี้ จะทำให้ชีวิตของพวกเราทุกคน ซึ่งง่วนอยู่กับการจัดการชีวิตของตัวเอง ไม่พลาดกับการมีสุขภาพที่ดี โดยทำให้การเข้าครัวเป็นเรื่องง่าย ดีต่อสุขภาพและที่สำคัญไม่ต้องใช้น้ำมัน

เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น Mi Home ได้ ผู้ใช้งานจึงควบคุมได้จากทุกที่ เซ็ตความร้อนได้ตั้งแต่ 40°C จนถึง 200°C ทำให้อาหารสุกพร้อมทานอย่างพอดี นอกจากนี้ในตัวแอปยังมีสูตรอาหารไอเดียใหม่ๆ กว่า 100 รายการที่ใช้กับ Mi Smart Air Fryer ขนาด 3.5 ลิตรนี้ได้ ทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่ายดายและไม่จำเจอีกต่อไป ผู้ใช้งานสามารถตั้งเวลาในการทำอาหารได้ล่วงหน้าถึง 24 ชั่วโมง

และสามารถใช้ Voice Command จาก Google Assistant หรือ Alexa จาก Amazon ที่จะช่วยเปิด ปิด หรือแจ้งว่าเหลือเวลาที่ตั้งไว้อีกกี่นาที4 นอกจากนี้หน้าจอ OLED สุดคมชัดยังทำให้คุณชำเลืองมองเวลาและอุณหภูมิได้อย่างง่ายดาย

ยกระดับไลฟ์สไตล์ On-the-Go 

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Mi Electric Scooter 3 นวัตกรรมใหม่จากเสียวหมี่ที่จะยกระดับการใช้ชีวิตทั้งภายในและภายนอกบ้านของพวกเรา อันที่จริงแล้ว เสียวหมี่ถือได้ว่าเป็นผู้นำในธุรกิจสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การันตีด้วยยอดขายกว่า 4,000,000 คันทั่วโลกอีกด้วย

ถือว่าเป็นยานพาหนะคู่ใจคันใหม่ที่เอาไว้เดินทางของบรรดาชาวเมือง มาพร้อมกับฟีเจอร์และระบบความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาแล้ว โดยมีสองสีให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น Onyx Black หรือ Gravity Grey นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักที่เบาและอัปเกรดดีไซน์มาให้พับได้ถึงสามขั้น นับว่าสะดวกสบายต่อการหิ้วหรือพับเก็บ ทั้งใส่ในรถยนต์ส่วนตัวหรือหิ้วขึ้นรถสาธารณะ

สามารถทำความเร็วได้ถึง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์สูงสุด 600W และไม่ว่าจะเจอเนินหรือหลุม Mi Electric Scooter 3 ก็สามารถเคลื่อนผ่านไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ๆ ซึ่งรวมไปถึงระบบเบรค E-ABS regenerative anti-lock และดิสก์เบรคคู่ล้อหลัง


ยิ่งไปกว่านั้น Redmi Buds 3 Pro ยังรองรับ Bluetooth 5.2 ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ถึง 2 เครื่องแบบไม่ต้องกลัวหลุด ผู้ใช้งานจึงสามารถรับสายโทรเข้าได้ขณะที่กำลังดูวิดีโอจากแลปท็อปอยู่ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดอีกครั้ง

นอกจากนี้ หากมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง หูฟังของ Redmi Buds 3 Pro สามารถใช้งานลำพังได้นานถึง 6 ชั่วโมง หรือทั้งหมด 28 ชั่วโมงเมื่อนำไปชาร์จเข้ากับตัวเคส และเพียงชาร์จแค่ 10 นาที หูฟังจะสามารถใช้ฟังเพลงได้นานถึง 3 ชั่วโมง7

Redmi Buds 3 Pro ยังรองรับ Wireless charging ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการลืมสายชาร์จอีกต่อไป

เปิดราคาขาย (สกุลเงินยูโร)

Mi Router AX9000 ราคาขายเริ่มต้นที่ 299€

Mi 2K Gaming Monitor 27'' ราคาขายเริ่มต้นที่ 449€

Redmi Buds 3 Pro ราคาขายเริ่มต้นที่ 69.9€

Mi Electric Scooter 3 ราคาขายเริ่มต้นที่ 449€

Mi Smart Air Fryer 3.5L ราคาขายเริ่มต้นที่ 99€

4



กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)เตือนสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19ที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ ขณะที่มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีคนจนเพิ่มขึ้น ผู้คนออกมาชุมนุมประท้วงเพราะปัญหาปากท้องกันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้น

ไอเอ็มเอฟ ออกรายงานเตือนเมื่อวันอังคาร(27ก.ค.)ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงดำเนินอยู่แต่ก็ยังคงมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้า ตลาดเกิดใหม่หลายประเทศและประเทศกำลังพัฒนา เพราะการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ที่ไม่เท่าเทียมกัน และการขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณ

รายงานเตือนของไอเอ็มเอฟฉบับล่าสุด มีขึ้นหลังจากประมาณกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในคิวบา ที่เป็นอีกประเทศหนึ่งที่พึ่งพิงรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ต้องเผชิญภาวะชะงักงันจากวิกฤตโรคระบาด จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชน

ชาวคิวบานับหมื่นคนออกมาเดินขบวนประท้วงในหลายเมือง เพื่อแสดงความไม่พอใจการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้ได้สร้างความยากลำบากให้ชาวคิวบา ก่อให้เกิดความไม่พอใจสะสมจนนำมาสู่การชุมนุมประท้วง

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุจลาจลและปล้นสะดมร้านค้าในหลายประเทศของแอฟริกาใต้ โดยมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่รัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน รวมทั้งความยากลำบากและความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจากเศษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโรคโควิด-19 ระบาดจำนวน จนส่งผลให้ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย

รายงานฉบับนี้ของไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่จะทำให้ความสามารถในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกับกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยแตกต่างกัน

“ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์และมีผู้ติดเชื้อโควิด-19จำนวนมากอาจจะไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าที่วางไว้ และสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)โลก ภายในปี 2568”กีตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ไอเอ็มเอฟ ระบุ

5



เป็นสัปดาห์ที่สร้างความหวั่นไหวให้กับสมาชิกชั่วคราวทั้ง 7 ต้นน้ำ-บัณฑิฏา สันตยารมณ์ , ม่านมุก-ชดาธาร ด่านกุล, มีมี่-พิมพ์มาดา ตั้งสี, รันม่า-แทนทยา ชิชิดะ, ซีโมน-ปุณณาสา ต้นวิชา, เก๋-พรรณิภา วงษาชัย และ ตาล-สุดารัตน์ วงษ์กล่ำ อย่างมาก เพราะที่ผ่านมา สมาชิกชั่วคราวแต่ละคน สามารถป้องกันตำแหน่งของตัวเองจากผู้ท้าชิงมาต่อเนื่อง 6 แมตช์ติดต่อกันเข้าให้แล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมาสมาชิกชั่วคราวต่างก็แอบลุ้นว่าวีคนี้ใครจะเป็นผู้ถูกเลือก และจะสามารถสร้างสถิติใหม่รักษาตำแหน่งของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น 7 ครั้งต่อเนื่องได้หรือไม่?


เปิดเวทีด้วยพิธีกร น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เชิญผู้ท้าชิงคนที่ 11 อาย-ฐิติรัตน์ ละลี อดีตสมาชิกวงไอดอลชื่อดังจากภาคเหนือ SY51 สู่เวทีเพื่อเลือกสมาชิกชั่วคราวที่อายต้องการท้าชิง ซึ่งอายประกาศอย่างมุ่งมั่น ขอเปิดศึกกับสมาชิกชั่วคราวหมายเลข 5 ซีโมน-ปุณณาสา โดย อาย-ฐิติรัตน์ ได้พาพิธีกรและคณะกรรมการอย่าง สอง พาราด็อกซ์, แพท เคลียร์, หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ และ ติ๊ก เพลย์กราวนด์ ย้อนไปสัมผัสกลิ่นอายในอดีตกับเพลง “รักครั้งแรก” ของวง “ชาตรี” ด้าน ซีโมน-ปุณณาสา ที่ต้องแบกรับภาระการรักษาสถิติเอาไว้ ก็โชว์ในเพลง “นักมายากล” ของวง “พาราด็อกซ์” อย่างสนุกสนาน สลัดความกังวลและโฟกัสกับหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี


และแล้วก็ถึงคราวที่กรรมการต้องตัดสิน เมื่อทางรายการประกาศให้กรรมการที่จับลูกบอลหมายเลข 3 ต้องรับหน้าที่ชี้ชะตาผู้ท้าชิงและสมาชิกชั่วคราว งานนี้ฟ้ากำหนดให้ สอง พาราด็อกซ์ เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเจ้าตัวเลือกให้ ซีโมน ไปครองตำแหน่งสมาชิกชั่วคราวหมายเลข 5 ต่อไป ด้านกรรมการท่านอื่นก็พร้อมใจเทคะแนนให้ ซีโมน เช่นกัน สร้างความดีใจให้กับ ซีโมน เป็นอย่างมากที่สามารถสร้างสถิติที่สมาชิกชั่วคราวสามารถรักษาตำแหน่งได้ต่อเนื่องถึง 7 ครั้ง


หลังรักษาตำแหน่งไว้ได้ ซีโมน เปิดใจว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่หนูถูกท้าชิง หนูภูมิใจกับโชว์นี้มาก ๆ ค่ะ มันจะมีความจิต ๆ หนูชอบดูหนังแนวนี้อยู่แล้ว เลยทำให้หนูเก็ทกับมันมากขึ้น แต่พี่อายก็ทำได้ดีมาก ๆ เลย พอโชว์มันแตกต่างกันคนละขั้ว ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของกรรมการแล้วค่ะ ถามว่าครั้งนี้กดดันกว่าครั้งก่อนไหม คือเราอยู่กันมาได้ 6 สัปดาห์แบบครบเลย ก่อนโชว์ก็กดดันมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งหน้าที่ของหนูก็คือต้องโชว์ออกมาให้ดีที่สุด หนูรู้สึกดีใจมากที่คนเอ็นจอยกับโชว์นี้ ทำให้มีกำลังใจที่ครีเอทโชว์ต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ”


จากนั้นมาถึงคิวของผู้ท้าชิงคนที่ 12 พรีม-ปฐมาภรณ์ ศรีวานิชภูมิ สาวน้อยผู้กล้าก้าวข้ามคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง ฝึกฝนทักษะการร้องเต้นที่เธอไม่เคยทำ โดยสาวพรีมเลือกแข่งขันกับผู้ท้าชิงหมายเลข 6 เก๋-พรรณิภา วงษาชัย ซึ่งเป็นการประเดิมเวทีครั้งแรกของเก๋ในรายการ “Last Idol Thailand” เพราะที่ผ่านมาเก๋ยังไม่เคยถูกท้าชิงมาก่อน พรีม-ปฐมาภรณ์ เลือกร้องเพลง “จริง ๆ มันก็ดี” ของ จีน่า เดอซูซ่า ด้วยเสียงหวาน ๆ ของพรีมเปลี่ยนให้เพลงแสบซ่ากลายเป็นเวอร์ชั่นสดใสมองโลกบวกขึ้นมาทันที ทำให้กรรมการชุดใหม่อย่าง โบ ไทรอัมพ์ คิงดอม, หนึ่ง อีทีซี, ณัฐ เคลียร์ และ แทน ลิปตา อดยิ้มไปกับการแสดงของเธอไม่ได้

เมื่อผู้ท้าชิงคนที่ 12 สาดพลังบวกให้ผู้ชมขนาดนี้ เก๋-พรรณิภา จะเรียกความสนใจจากกรรมการให้เทคะแนนให้กับเธอด้วยเพลงอะไร? รอให้กำลังใจเก๋กันต่อในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. เวลา 12.30-13.30 น ทางช่อง 7 HD

6



ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 ที่หนักขึ้นทุกวัน จนมีคำสั่งประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2564 อาจจะทำให้หลายๆคนกังวลถึงการหาซื้ออาหารรับประทานอย่างแน่นอน แม้เราจะออกไปซื้อทานไม่สะดวก แต่เดลิเวอรี่นั้นก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะทำให้คุณได้อร่อยกับเมนูสุดแซ่บ จาก 3 ร้านอาหารได้แก่ ไทยเทอเรส, อร่อยดี และส้มตำนัว รับรองว่าล็อกดาวน์ครั้งนี้ ก็ไม่มีอะไรมากั้นความแซ่บได้แน่นอน แม้เราจะห่างกันแต่ความอร่อยจะยังคงส่งตรงถึงบ้านคุณได้แน่นอน


เริ่มต้นกับร้านไทยเทอเรส ที่เสิร์ฟเมนูสุดร้อนแรงอร่อยจัดจ้านกับ “แกงคั่วปูใบชะพลู”  เมนูแกงคั่วดั้งเดิมของไทย ที่มีพระเอกเป็นเนื้อปูสดชิ้นโตและใบชะพลูซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องหวัดได้ดี น้ำพริกแกงคั่วเข้มข้นหอมสมุนไพร ให้รสชาติ เผ็ด เค็ม มัน หวาน รวมกันได้รสกลมกล่อม หอมกะทิ  อร่อยจัดจ้านรสชาติไทยแท้ ยิ่งรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆแล้ว รับรองว่าฟินสุดๆไปเลย และในช่วยระหว่างล็อกดาวน์นี้สาขาที่เปิดบริการให้ซื้อกับ มีทั้งหมด 3 สาขาได้แก่ สาขาโรงพยาบาลศิริราช, สาขาโรงพยาบาลพระราม 9 และสาขา โรงพยายาบาลวิภาวดี หรือหากไปซื้อด้วยตนเองที่ร้านไม่ได้ ก็สามารถกดสั่งเดลิเวอรี่ได้ทุกแอพพลิเคชั่นชั้นนำ ในราคา 395 บาท

มาต่อกันที่ร้านอร่อยดี  ส่งเมนูสุดแซ่บรับรองว่าจำไม่ลืม กับเมนู “ข้าวหฤโหดโคตรกะเพราหมูสับ” กะเพราสูตรดั้งเดิมโบราณ ผัดพริกแห้งผสมพริกสดกับกระเทียม,  เพิ่มความเผ็ดด้วยพริกขี้หนูแห้ง(จินดา) และพริกขี้หนูจินดาแดง ใช้วัตถุดิบหมูอย่างดี ผัดด้วยซอสสุดพิเศษ รสชาติกลมกล่อม ที่สำคัญเชฟและพนักงานของร้าน ใส่ใจความสะอาดได้มาตรฐานทุกขั้นตอน  ด้วยอาหารปรุงสุก สะอาด สดใหม่ ทุกออเดอร์ แซ่บสะใจจัดจ้านแน่นอน ในราคาเริ่มต้นเพียง 89 บาทเท่านั้น พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่ได้ปกติทุกสาขา ใกล้สาขาไหน กดเข้าแอพพลิเคชั่น สังเลยสาขานั้น

ปิดท้ายความอร่อยแซ่บถึงใจกับร้านส้มตำนัว แค่พูดถึงชื่อร้านก็รู้ได้ถึงความแซ่บและความนัวของรสชาติ เอาใจสายแซ่บด้วยเมนู “ตำมั่ว” มะละกอกรอบๆ ใส่น้ำปลาร้าสูตรลับฉบับส้มตำนัว ตำคลุกเคล้าถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และขนมจีน อร่อยเด็ดนัวสุดๆ ถือเป็นสุดยอดเมนู Signature ประจำร้าน ที่ไม่สั่งไม่ได้เลย ทานคู่กับเมนู “ไก่ทอด”  ปีกไก่คุณภาพ เมนูเด็ดประจำร้าน หมักด้วยน้ำหมักสูตรเฉพาะ ผ่านการทอดอย่างพิถีพิถัน กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน อร่อยเข้ากันแบบสุดๆ พร้อมให้บริการในช่วงล็อกดาวน์นี้ 2 สาขาได้แก่ สาขา สยามสแควร์ ซอย 5 และสาขา Grab Kitchen ลาดพร้าว 101 สามารถซื้อได้ทั้งบริการTake Away และ เดลิเวอรี่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 110 บาทเท่านั้น

7



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ว่านพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอช ) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ก.ค.) เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ที่จำนวนผู้ป่วยยืนยันรายวันกลับมา "เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด" ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ "เดลตา" ว่า "เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น" เมื่อพบว่า ผู้ติดเชื้อในระยะหลังยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ขณะเดียวกัน นพ.เฟาซีกล่าวถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ เรื่องการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ ว่าหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาทบทวน "อย่างจริงจัง" หลังเทศบาลหลายแห่ง รวมถึงเทศบาลนครลอสแอนเจลิส มีคำสั่งให้ประชาชนกลับมาสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้วหรือไม่

เกี่ยวกับประเด็นการฉีดวัคซีนเข็มที่สาม หรือ "บูสเตอร์" เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นพ.เฟาซีกล่าวว่า "ยังคงเป็นเรื่องที่กำลังศึกษา" แต่หากได้ข้อสรุปชัดเจนกว่านี้ บูสเตอร์ "มีความจำเป็นจริง" กลุ่มที่สมควรได้รับวัคซีนเข็มที่สามก่อน ควรรวมถึง ผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในกระบวนการเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง และผู้ที่ต้องรับประทานยากดภูมิต้านทาน เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอและไม่เป็นปกติ

8
นาฬิกานับเวลา Digital จับเวลาเดินหน้า-ถอยหลัง 

LED Count Down Timer ตัวเลขขนาด 10 cm x 6 cm

นาฬิกาจับเวลา Digital จับเวลาเดินหน้า ถอยหลัง

- LED Count Down Timer 
- แถมรีโมทไร้สาย คู่มือภาษาไทย 
- ขนาด : ยาว 70 cm. สูง 16 cm. หนา 4 cm. 
- ใช้จับเวลาตามโรงยิม,สนามมวย,โรงงาน,สนามชนไก่ เป็นต้น
- ใช้ไฟ220 v
- มีรีโมทพควบคุมไร้สาย
- รับประกัน1ปี

ติดตอสอบถาม
โทร 094-5102033 
[email protected] : @gentech
Facebook : Gentechshop



9



เมื่อวันที่ 25 ก.ค.64 นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศเตรียมมอบเงินส่วนตัว จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อมอบเป็นเงินอัดฉีดให้กับ "น้องเทนนิส" หรือ น.ส.พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาว วัย 23 ปี ทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 ซึ่งถือว่าเป็นเหรียญทองเหรียญแรกของพี่น้องชาวไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และถือเป็นเหรียญทองแรกใน "โตเกียวเกมส์ 2020" ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น 


โดย นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ติดตามการแข่งขันของน้องเทนนิสมาตลอด โดยเฉพาะในคืนวันที่แข่งคู่ชิงชนะเลิศกับคู่แข่งสาวคือ อาเดรียนา เซเรโซ อิเกลเซียส วัย 17 ปี ชาวสเปน จนสามารถคว้าชัยชนะมาครอง ตนตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่ม ที่จะเตรียมเงินส่วนตัวจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อมอบให้กับน้องเทนนิส ฮีโร่สาวชาวไทย และเป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นเหรียญทองแรกของชาวไทย ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับชาวไทยในช่วงวิกฤติโควิด-19

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.) ตนจะเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อไปต้อนรับน้องเทนนิสกลับประเทศไทย ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตด้วย ทั้งนี้หลังจากที่น้องเทนนิสกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางกลับมาบ้านเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ ซึ่งตนตั้งใจที่จะนำเงินส่วนตัวมอบให้กับน้องเทนนิส ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะถือเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก และเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในเรื่อง.

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากน้องเทนนิสแล้ว ยังมี น.ส.สุเบญรัตน์ อินแสง นักขว้างจักร ที่เป็นลูกหลานคนสุราษฎร์ฯ อีกราย ที่มีโอกาสไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ดังนั้นก็อยากให้คนไทยและชาวสุราษฎร์ฯ ช่วยกันเชียร์ ให้สามารถคว้าเหรียญมาครองได้ ทั้งนี้ตนเตรียมที่จะมอบเงินอัดฉีด 1 ล้านบาทเช่นกัน หากสามารถคว้าเหรียญทองได้

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสนับสนุนเรื่องกีฬานั้น ตนในฐานะนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี มีโครงการที่จะจัดสร้างศูนย์กีฬาในพื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้วางแผนจัดเตรียมที่จะสร้างให้เป็นศูนย์กีฬาที่มีมาตรฐาน เพื่อสร้างนักกีฬาไปสู่การแข่งขันระดับโลกต่อไป.

10



รายการ “เจาะใจ” ในสัปดาห์นี้พบกับการกลับมาเยือนรายการอีกครั้งในรอบ 5 ปี   ของ "หนุ่ม KALA"  หรือ “ณพสิน  แสงสุวรรณ”  กับบทเรียนชีวิตที่ยังคงเข้มข้นไปด้วยเรื่องราวแห่งความทุกข์และสุข ซึ่งเค้าคนนี้ได้ผ่านมาหมดแล้ว ทุกอุปสรรคเป็นบทเรียนแล้วพลิกเปลี่ยนมุมมองปรับมาเป็นบทเรียนบทใหม่ของการใช้ชีวิตได้อย่างน่าประทับใจ  โดย “ดู๋-สัญญา คุณากร”  พาเปิดแนวคิด ถึงบทเรียนอันมีค่า จากชีวิตในวันที่ติดลบ สู่ชีวิตบทบาทใหม่  เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ห้ามพลาดในรายการ “เจาะใจ” วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564 เวลา 22.00 น. ทางช่อง9 MCOT HD (หมายเลข30) 

  โดย “หนุ่ม KALA” เล่าว่า “ชีวิตคนเราเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน  ชีวิตผมได้เปลี่ยนไปมากในระยะเวลาอันสั้น ๆ หลังจากที่ผมได้มาเป็นศิลปินเดี่ยว แม้ว่าตอนแรกผมจะกลัวมาก ๆ ในการก้าวออกมาด้วยตัวเอง ผมก็รู้สึกว่านี้แหละคือแนวทางชีวิตที่เหมาะที่สุดสําหรับผม   อาชีพนักร้องของผมก็เหมือนกัน  บัตรคอนเสิร์ตของผม หมดตั้งแต่รอบแรก ๆ เรียกว่าพีคเลยก็ได้ แต่ในที่สุดแล้วเหมือนทุกอย่างเริ่มพังลง เมื่อผมโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์  ทุกเช้าผู้จัดการจะคอยเช็คว่ามีหมายจับเราที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้ไปรายงานตัว  ถ้าความสำเร็จมันทำให้สุขสุดๆ คดีความมันคือทุกข์สุด ๆ  ช่วงที่โดนคดี 2 ปีใช้ชีวิตอยู่ระหว่างเวทีคอนเสิร์ตกับโรงพักตลอด จนพูดกับผู้จัดการว่า กราบขอบคุณพื้นดินเลย ถ้าวันนั้นผมไม่ได้บวช วันนี้ผมบ้าแน่นอน เวลาที่มีคนปลอบใจเราว่า  “ไม่เป็นไรหนุ่ม..เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” หรือเวลาเราพูดคำนี้เฉยๆ มันจะรู้สึกแบบว่ามันไม่เห็นมีคุณค่าเลย แต่พอวันหนึ่งที่เราเจออะไรมามากๆ คำนี้มันใช้กับผมได้ทุกครั้ง อย่างบางทีวันนี้เครียดจนหัวจะแตก  เราจะบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป…ใจเย็นๆ”  เป้าหมายในชีวิตตอนนี้คือ อยากแข็งแรงเพื่อครอบครัว    ตอนนี้ลูกขวบกว่าแล้ว  มันก็เลยรู้สึกว่าเราต้องแข็งแรง   นอกจากความมั่นคงทางการเงิน มันต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ถ้าเราเป็นอะไรไป ลูกจะทำยังไง  พยายามเลี้ยงลูกให้ดีให้เขาแข็งแรงจากในบ้าน    เพราะข้างนอกโหดร้ายกว่าในบ้านเยอะ  ที่เราผ่านมาได้ ผมอยากขอบคุณตัวเองที่ยังสู้ในวันนั้น และไม่ยอมแพ้ และขอบคุณทุกคนรอบๆ ตัวที่คอยอยู่เคียงข้างและส่งกำลังใจให้ผมตลอด” 

11



นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ สานต่อนโยบาย รมว.พาณิชย์ เร่งช่วยเหลือชาวสวนมังคุดในพื้นที่ภาคใต้แก้ไขปัญหาราคามังคุดตกต่ำจากวิกฤติโควิด-19 เน้นความร่วมมือ เกษตรฯ-พาณิชย์-ภาคเอกชน

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายชัยชนะ เดชเดโช และ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.ปชป. จ.นครศรีธรรมราช ถึงปัญหาราคามังคุดตกต่ำเนื่องจากวิกฤติโควิด ซึ่งพบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มังคุดในภาคใต้ออกผลผลิตพร้อมกันหลายจังหวัดและตรงกับช่วงที่ศบค. สั่งล็อกดาวน์พอดี จึงทำให้พ่อค้าคนกลาง (ล้ง) ไม่สามารถส่งแรงงานเข้าไปแพ็คและรับซื้อมังคุดจากชาวสวนได้ เพราะติดขัดเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัดที่ส่วนใหญ่ต้องเดินทางมาจากภาคตะวันออก ราคาเลยตกลงต่ำกว่าปกติอย่างรวดเร็ว



พรรคประชาธิปัตย์ทราบดีถึงความเดือดร้อนดังกล่าวของพี่น้องชาวสวนมังคุด และได้หาแนวทางช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเบื้องต้นนายจุรินทร์ได้ขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาไปบ้างแล้ว ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด กรมแรงงาน กองทัพบก และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้ผ่อนปรนการเข้าพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้ล้งสามารถพาแรงงานเข้า – ออกจังหวัดต่าง ๆ และเชิญผู้ส่งออกลงพื้นที่ เพื่อมารับซื้อมังคุดได้ง่ายขึ้น และทำให้ราคารับซื้อกลับมาเป็นเหมือนปกติโดยเร็วที่สุด ภายใต้การกำกับดูแลของมาตรการด้านสาธารณสุข รวมทั้งรณรงค์ให้ค่ายทหารในภาคใต้และช่องทางการตลาดของ ททบ. อุดหนุนมังคุดสำหรับบริโภค เพิ่มดีมานด์ให้ตลาด ควบคู่ไปกับการใช้งบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ เช่น โครงการกล่องไปรษณีย์ฟรี 200,000 ใบจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ชาวสวนส่งมังคุดถึงบ้านลูกค้าได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยติดต่อขอรับกล่องได้ที่พาณิชย์จังหวัด เป็นต้น



และเพื่อให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เดินหน้าสานต่อนโยบายดังกล่าว โดยเชื่อมโยงกลไกระหว่าง ก.พาณิชย์ ก.เกษตรฯ ภาคเอกชน และ ส.ส.ชัยชนะ ส.ส.พิมพ์ภัทรา ในพื้นที่ จัดทำแนวทางการช่วยเหลือเพิ่มเติม อาทิ ประสานให้ผู้ทำธุรกิจส่งออกรายใหญ่เข้าไปตั้งจุดรับซื้อผลผลิตด้วยตนเอง สนับสนุนชาวสวนให้ขายมังคุดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อช่วยชาวสวนระบายสินค้าในราคาที่เหมาะสม และช่วยให้ประชาชนได้บริโภคผลไม้คุณภาพต่อเนื่องหลังจากที่ได้ทำโครงการสนับสนุนการตลาดเพื่อชาวสวนมังคุดมาตลอดสองปีนี้ รวมถึงจัดประชุมวาระเร่งด่วนระหว่างรัฐ-เอกชน ผ่านระบบออนไลน์ในเช้าวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคมนี้เพื่อพิจารณามาตรการและแนวทางการช่วยเหลือชาวสวนมังคุดทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่เหมาะสมต่อไป



“กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. ได้ให้การช่วยเหลือเรื่องราคามังคุดตกต่ำมาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ระลอกแรก ตอนนี้เมื่อชาวสวนเจอปัญหาอีกครั้ง เรายินดีที่จะช่วยเหลือทุกคนเช่นเดิม โดยจะสานต่อโครงการสนับสนุนการตลาดจากแนวทางครั้งก่อน ไปพร้อม ๆ กับหารือนโยบายใหม่ เพื่อพาชาวสวนมังคุดก้าวผ่านวิกฤติไปได้” นายปริญญ์กล่าว

12



ธอส.เผยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 106,231 ล้านบาท 69,705 บัญชี เพิ่มขึ้น 5.20% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 สินเชื่อคงค้างรวม1,375,663 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 1,441,928 ล้านบาท มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.31% ของยอดสินเชื่อรวม ตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพื่อความมั่นคงและเตรียมพร้อมรับผลกระทบจาก COVID-19 จำนวน 104,390 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 176.13% พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 ล่าสุดมีลูกค้าได้รับความช่วยเหลือผ่านทั้ง 18 มาตรการของ ธอส. ตั้งแต่ปี 63 ถึงปัจจุบันเป็นจำนวนรวมสูงสุดมากกว่า 925,000 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 796,500 ล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ณ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ว่า แม้ประเทศไทยจะยังคงอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และรายได้ของประชาชน แต่ ธอส. ยังคงสามารถทำหน้าที่ตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง



โดยณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 106,231 ล้านบาท 69,705 บัญชี เพิ่มขึ้น 5.20% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 คิดเป็นเกือบ 50% ของเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2564 ที่ 215,641 ล้านบาท สินเชื่อ 6 เดือนแรกที่ปล่อยไปเป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางจำนวน 50,183 บัญชี ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,375,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% สินทรัพย์รวม 1,441,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.46% เงินฝากรวม 1,205,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.81% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 59,268 ล้านบาท คิดเป็น 4.31% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 ที่มี NPL อยู่ที่ 3.75% ของสินเชื่อรวม โดยมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ 104,390 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 176.13% เพื่อความมั่นคงและเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบจาก COVID-19 ในอนาคต โดยธนาคารยังคงมีกำไรสุทธิตามเป้าหมายตัวชี้วัดของธนาคารที่ 5,993 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ในระดับแข็งแกร่งที่ 15.63% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนด



ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ธนาคารยังคงปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง คือ มาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคาร และการจัดโปรโมชั่นของผู้ประกอบการ ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มีบ้านเป็นของตนเองและครอบครัวได้ง่ายขึ้น โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อของ ธอส. ที่มีลูกค้าเลือกใช้บริการสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 2.75% ต่อปี มียอดอนุมัติสะสมสูงถึง 23,620 ล้านบาท รองลงมาคือสินเชื่อบ้านลูกค้าสวัสดิการ ธอส. ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยปีแรก 2.60% ต่อปี มียอดอนุมัติสะสม 11,998 ล้านบาท และโครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก อัตราดอกเบี้ยปีแรก 2.50% ต่อปี มียอดอนุมัติสะสม 11,215 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ผ่านโครงการ ธอส. รวมไทย สร้างชาติ ผ่าน 2 มาตรการเร่งด่วนล่าสุดที่บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ลูกค้าทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในและนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ มาตรการที่ 15 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ และมาตรการ 16 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะ NPL หรืออยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ จะได้รับความช่วยเหลือโดยการพักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2564 เปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ล่าสุด ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น. มีลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 15 จำนวนเงินต้นคงเหลือ 48,880 ล้านบาท และมาตรการที่ 16 จำนวน 2,485 ล้านบาท ทำให้นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ธอส. สามารถช่วยเหลือลูกค้าผ่าน 18 มาตรการ รวมเป็นจำนวนสูงสุดมากกว่า 925,000 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 796,500 ล้านบาท

โดยมาตรการที่ 15 และ 16 ลูกค้าสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการผ่าน Mobile Application : GHB ALL ได้ในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30-15.00 น. (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ส่วนลูกค้าที่ต้องการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขอขยายระยะเวลาความช่วยเหลือตามมาตรการที่ 9,10,11 และ 11 New Entry : แบ่งจ่ายเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดต้น ตัดดอก) มาตรการที่ 13 : พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน และมาตรการที่ 14 : พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ย ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ลูกค้าสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการผ่าน Mobile Application : GHB ALL ได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-15.00 น. (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564

ทั้งนี้นอกจากความช่วยเหลือในมาตรการด้านการเงิน ธอส. ยังคงให้ความช่วยเหลือสังคมไทยสู้ภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณสนับสนุนรวมกว่า 5,000,000 บาท ให้กับหลายหน่วยงานที่ทั้งสถานพยาบาล สถานศึกษา และสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีน เป็นต้น เพื่อนำไปดำเนินการในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น อาทิ การจัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยกที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรง การจัดซื้อเครื่องฮีโมเปอร์ฟิวชั่นใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 การจัดสร้างไอซียูสนาม การจัดหาเก้าอี้นั่งจุดพักคอย น้ำดื่มธนาคารกว่า 100,000 ขวด รวมถึงหน้ากากอนามัยพร้อมสายคล้อง ถุงยังชีพ และอาหารกล่อง สอดคล้องกับนโยบายการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร ด้วยความห่วงใยและตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

13


"อีอีซี"เปิดเวทีเสวนาระดมความคิดจากกูรูด้านเศรษฐกิจระดับตำนานชั้นแนวหน้าไทย และบิ๊กเอกชน ร่วมถอดแนวคิด "อีสเทิร์นซีบอร์ด"ต่อยอดสู่ความสำเร็จ "อีอีซี"กับการเป็นเขตพัฒนาพิเศษระดับโลก หวังดันการลงทุนปีละ 6 แสนล้านบาท หนุนไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2572

เมื่อเร็วๆนี้สำนักงำนคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ "จาก ESB สู่ EEC กับ การเป็นเขตพัฒนาพิเศษ ระดับโลก” ในรูปแบบออนไลน์ (VDO conference) นำโดย ดร.เสนาะ อูนากูล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สกพอ. ดร.อาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สกพอ. ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธามูลนิธิเสนาะอูนากูล และ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

โดยมีกลุ่มผู้บริหารระดับสูง จากภาคเอกชน นักธุรกิจชั้นนำใน เมืองไทย เช่น นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธาน คณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการเสวนามากกว่า 70 คน

การจัดเสวนา ฯ ครั้งนี้ ฉายภาพแนวคิดของการพัฒนาโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ “อีสเทิร์นซีบอร์ด” (ESB) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2525 – 2529) ซึ่งเป็นช่วงการพัฒนาประเทศที่สำคัญของไทย โดยผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในสมัยนั้น และได้ผลักดันให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในช่วงกว่า 30 ปีก่อนเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีความต่อเนื่องมายังแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 6 และฉบับที่ 7 ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 9.3%

ซึ่งแนวคิดจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 ดังกล่าว จะเป็นต้นแบบสำคัญเพื่อเตรียมการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งพบผลกระทบจากสถานการณ์โควิดและเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใกล้เคียงกับในอดีต

นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่ อีอีซี ในปัจจุบัน ยังได้นำแนวคิด และต่อยอดเพิ่มสิ่งที่ได้รับจากอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่สำคัญ ๆ เช่น แนวคิดให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง ด้วยการมี พ.ร.บ. และสำนักงานอีอีซี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ สนามบินอู่ตะเภา ขยายท่าเรือมาบตาพุด และแหลมฉบัง รถไฟความเร็วสูง ลดการพึ่งพางบประมาณรัฐและเงินกู้ ด้วยสัญญา PPP ที่โปร่งใส รัดกุม และรัฐได้ประโยชน์สูงสุด การส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น 5G ระบบโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า และการสร้างงานให้เยาวชนในพื้นที่
มีรายได้ดี รวมทั้ง ทำงานกับท้องถิ่น กลุ่มสตรี เยาวชน เพื่อให้โครงการอีอีซีอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน


พร้อมกันนี้ อีอีซีจะปรับแผนทำงานให้หนักเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อชดเชยส่วนที่หายไปจากโควิด ทั้งนี้ จากการประมาณการ พบว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนอีกปีละ 6 แสนล้านบาท เพื่อดึงเศรษฐกิจให้ขยายตัว 4.5 – 5% ให้ไทยก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาได้ในปี 2572

สำหรับการเสวนาดังกล่าว ภาคเอกชน และนักธุรกิจชั้นนำ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า มีความจำเป็นต้องร่วมขับเคลื่อนอีอีซี ให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ และการลงทุนในอุตสาหกรรมนวัตกรรมขั้นสูง ที่ อีอีซี พร้อมดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะยาว


ทั้งนี้การสรุปข้อมูล และการถอดบทเรียนที่ได้รับจากการเสวนาฯ ในครั้งนี้ สกพอ. จะได้นำข้อมูล ชุดความรู้ที่ได้รับประกอบการจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์เขตพัฒนาพิเศษชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกประเทศไทย (EEC Learning Center /EEC Museum) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้สำคัญ ของการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก และพร้อมจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักลงทุนรุ่นใหม่ และผู้ที่สนใจได้ศึกษาถึงความเป็นมาของ อีสเทิร์นซีบอร์ด และการพัฒนาอีอีซี ที่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาประเทศ ต่อไป

14
น้ำมันว่านเครือเขาหลง ใส่ตะกรุดนะมหานิยม ทุกขวด

สายพุทธคุณ คุณพระ คุณว่าน ไม่เข้าตัว ไม่มีข้อห้าม ใช้ด้วยศรัทธา สำเร็จทุกราย
เครือเขาหลงจัดอยู่ในของขลังธรรมชาติ เป็นของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ หมอเสน่ห์เขมร หมอเสน่ห์ไทยนิยมใช้กันมาก และจัดได้ว่าเป็นของเสน่ห์ที่แรงที่สุด

คุณของน้ำมัน
เพิ่มเสน่ห์ เพิ่มเมตตา นำพาโชคลาภ เรียกจิต เรียกใจ ประสานสัมพันธ์ ค้าขายร่ำรวย
คาถามหาหลง โอม หลง หลง มหาหลง สารพัดที่จะหลง หลงทั้งต้น หลงทั้งกิ่ง หลงทั้งก้าน หลงทั้งราก หลงทั้งใบ หลงทั้งดอก คนเห็นน้ำตาตก นกเห็นน้ำตาไหล ไผผู้ใดเห็นหน้ากู อยู่มิได้ร้องไห้หากู หลงทั้งหน้า หลงทั้งหลัง หลงทั้งซ้าย หลงทั้งขวา หลงทั้งต่ำ หลงทั้งสูง หลงทั้งกลางวัน หลงทั้งกลางคืน หลงทั้งยืน หลงทั้งนั่ง หลงทั้งนอน สวาหะจับติด นะจับจิต โมจับใจ พุทจับไว้ ธาจดจำ ยะจำใส่จิต ติดไว้ใส่ใจ พระอิศวรนารายณ์ พระพาย พระภูมิ พระพรหมเจ้าที่ ครูปู่อยู่ถ้ำ สิทธิให้หลง...ติด

วิธีใช้
เพิ่มเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ ค้าขาย ประสานสัมพันธ์ สวดคาถาแล้วนำน้ำมันว่านแตะที่หน้าผาก นึกถึงสิ่งที่ต้องการด้วยใจมุ่งมั่น แน่วแน่ศรัทธา เป็นไปดังว่า สมปรารถนา
เรียกจิต เรียกใจ ให้ท่องคาถา ใช้แต้มแตะทา ลงบนวัตถุ รูปภาพหามา ของคนต้องการ เพ่งพลังจิต ลงไปแน่วแน่ ให้เกิดเป็นภาพ เคียงคู่กายา ทำได้ดังนี้นั้นหนา บอกคำว่า ได้ตามนั้นเลย

สอบถามเพิ่มเติม
ไลน์ไอดี teerapat999
โทร 0846623662

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก
https://www.lazada.co.th/products/-i1863368460-s5737984707.html?spm=a2o4m.searchlist.list.1.54a9133d7TxmgS&search=1&freeshipping=1

15


สายการบิน "กาตาร์ แอร์เวย์ส" ได้รับรางวัล “สายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2021” จากแอร์ไลน์เรตติงส์ และได้รับรางวัล “สายการบินที่ดีที่สุดในตะวันออกกลาง” “ครัวการบินที่ดีที่สุด” และ “ชั้นธุรกิจที่ดีที่สุด” โดยในปีนี้ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่กาตาร์ แอร์เวย์ส ได้รับรางวัล “ชั้นธุรกิจที่ดีที่สุด” ซึ่งการันตีคุณภาพของที่นั่งชั้นธุรกิจแบบคิวสวีท (Qsuite)

รางวัล “สายการบินยอดเยี่ยม” จากแอร์ไลน์เรตติงส์ ให้การรับรองสิ่งที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ เครือข่ายเส้นทางบินและมาตรฐานความปลอดภัยโดยรวม รางวัลจากแอร์ไลน์เรตติงส์ทุกรางวัลต้องผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่มีความรู้และประสบการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรมการบิน

นายอัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า การได้รับรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2021 สายการบินที่ดีที่สุดในตะวันออกกลาง ครัวการบินที่ดีที่สุดและชั้นธุรกิจที่ดีที่สุดจากแอร์ไลน์เรตติงส์ เป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับกาตาร์ แอร์เวย์ส ในช่วงกว่า 16 เดือนที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินได้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด แต่สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์สยืนหยัดที่จะให้บริการอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างผู้โดยสาร ในขณะที่สายการบินอื่นๆได้หยุดให้บริการเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เติบโตอย่างต่อเนื่องและกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสาร เพราะดีเอ็นเอของเราคือการทำทุกอย่างให้ยอดเยี่ยมที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการด้วยมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ดีที่สุด ทั้งบนภาคพื้นและในห้องโดยสาร การันตีด้วยการบริการระดับ 5 ดาวซึ่งเป็นพื้นฐานธุรกิจของเรา

คิวสวีท (Qsuite) ที่นั่งโดยสารชั้นธุรกิจเอกสิทธิ์ของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มอบประสบการณ์ระดับเฟิร์สคลาสในที่นั่งชั้นธุรกิจ และเป็นรูปแบบแรกในอุตสาหกรรมที่สามารถปรับที่นั่งให้เป็นเตียงคู่ในชั้นธุรกิจ รวมถึงมีฉากกั้นระหว่างที่นั่งที่สามารถปรับลงเพื่อเชื่อมที่นั่งเข้าด้วยกันในรูปแบบห้องส่วนตัวพิเศษ

กาตาร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศกาตาร์ที่ได้รับรางวัลมากมายและยืนหยัดขยายเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันให้บริการแล้วกว่า 140 จุดหมายปลายทางทั่วโลก สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์สยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ยืดหยุ่น ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือจุดหมายปลายทางได้ไม่จำกัดครั้งและขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม สำหรับบัตรโดยสารที่ซื้อก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2021 และเดินทางก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2022

Pages: [1] 2 3 ... 6